Home » » เหยื่อสาดโจ๊กเข้าแจ้งความ ชี้ถูกหมั่นไส้ทำงานเก่งกว่า-ด้านแม่รุดขอโทษแทนลูก

เหยื่อสาดโจ๊กเข้าแจ้งความ ชี้ถูกหมั่นไส้ทำงานเก่งกว่า-ด้านแม่รุดขอโทษแทนลูก

Written By Anonymous on Tuesday, March 29, 2016 | 6:55 AM

loading...





อย่างไรก็ตามหลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้นำใบรับรองแพทย์ไปแจ้งความเนื่องจากมีคลิปวิดีโอ เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ชาวเน็ตบางส่วนได้แฉว่าหญิงสาวที่ก่อเหตุเคยโพสต์ต่อว่าลูกค้าที่ตัวเองทอนเงินเกินไปอีกด้วย ขณะที่บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องราวดังกล่าวอาจจะมาจากสาเหตุอื่นนอกเหนือจากผู้โพสต์ระบุมาก็ได้ ส่วนล่าสุด วันที่ 29 มีนาคม 2559 นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี พนักงานเซเว่น สาขาคูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยนางสาวเออยู่ในสภาพหน้าฝั่งซ้ายมีแผลพุพองจากน้ำร้อนลวกและยังมีอาการหวาดกลัวอยู่ ซึ่งนางสาวเอ ระบุว่า เราทั้งคู่ทำงานที่เดียวกันแต่ตนเพิ่งทำงานได้เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น ส่วนผู้ก่อเหตุทำงานมานา 1 ปี ปกติอยู่คนละกะกัน สำหรับวันเกิดเหตุ นางสาวเอ เล่าว่า ตนทำงานหน้าเคาน์เตอร์เงิน จู่ ๆ ผู้ก่อเหตุก็เดินเข้ามาที่ร้านเพื่อกลับเข้ามาเอาเสื้อผ้าและสิ่งของ ก่อนที่จะหยิบโจ๊กคัพใส่ตู้เวฟเอง จากนั้นพอโจ๊กร้อนก็หยิบโจ๊กและให้ตนคิดเอง จังหวะนั้นผู้ก่อเหตุก็สาดโจ๊กเข้ามาที่หน้าทันที 2 ครั้ง ท่ามกลางลูกค้าหลายรายที่ยืนดูด้วยความตกใจ ทำให้ตนร้องด้วยความเจ็บปวด นางสาวเอ เล่าต่อว่า ตอนที่เขาจะเดินออกประตูไปยังหันมากล่าวว่า กูหมั่นไส้มึง ซึ่งตนเชื่อว่าเขาไม่พอใจในเรื่องการขาย เพราะตนคล่องแคล่วกว่า ไม่เคยหยุดงาน และเพื่อนร่วมงานก็รัก ผู้จัดการสาขาก็ชมเชย แต่ตัวเขาหยุดงานบ่อยจนโดนผู้จัดสารต่อว่าและกำลังจะถูกย้ายไปทำงานอีกสาขาที่อยู่ตรงข้ามของถนน ขณะที่ แม่ของผู้ก่อเหตุ ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว บอกว่าเพิ่งทราบเรื่องและไม่ได้ติดต่อลูกสาวมา 3 วันแล้ว ลูกสาวปิดโทรศัพท์ตลอด ส่วนที่ผ่านมาลูกสาวตนไม่ใช่คนก้าวร้าว ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ยอมขอโทษแทนลูกสาวและยอมชดใช้ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด รวมถึงอยากให้ลูกสาวเข้ามามอบตัวโดยเร็ว อย่างไรก็ดี ทางด้านตำรวจ ได้ให้แม่ของผู้ก่อเหตุติดต่อตัวลูกสาวแล้ว เพราะคดีไม่ร้ายแรง แต่หากไม่เข้ามามอบตัวก็จะดำเนินการออกหมายเรียกและออกหมายจับในทันที
ที่มา:kapook
loading...

0 comments:

Post a Comment